ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการลงทุน

ที่ผ่านมาได้แนะนำคนรู้จักหลายต่อหลายคน ให้เริ่มการลงทุนตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการลงทุนระยะยาวจะสำเร็จผลได้ ต้องอาศัยเวลาเป็นตัวสำคัญ ยิ่งเริ่มออมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะพลังของดอกเบี้ยทบต้น อาศัยเวลาเป็นปัจจัยหลัก แต่ก็มีหลายครั้ง ที่คนรับสาร เข้าใจเราผิดๆ มีทั้งคิดว่า ชวนไปเล่นหุ้นเก็งกำไร หรือ แนะนำให้ลงทุนอะไรเสี่ยงๆ เพื่อให้รวยลัดรวยไว จริงๆ แล้ว การลงทุน ไม่จำเป็นต้องลงในหุ้นเสมอไป ถนัดทางไหน ก็เลือกทางนั้นได้เลย แต่จะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ รู้ให้ลึก รู้ให้จริง ในสิ่งที่เราจะลงทุน การศึกษาการลงทุนหลายๆ รูปแบบ จะช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย รวมทั้งความเสี่ยงต่างๆ เพื่อเลือกรูปแบบการลงทุน ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด (เช่น เมื่ออายุมากๆ แล้ว ก็ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากจนเกินไป เพราะโอกาสแก้ตัวเหลือน้อยมากแล้ว เป็นต้น) เกริ่นมายืดยาว มาเริ่มพูดถึงความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการลงทุนกันเลยดีกว่า 1. การลงทุนเหมาะกับแค่คนที่เก่งด้านนั้นๆ เท่านั้น ความจริง คือ ในบรรดากองทุนทั้งในและต่างประเทศ จ้างผู้จัดการกองทุนที่จบเกียรตินิยม มหาลัยมีชื่อเสียงระดับประเทศ หรือระดับโลก มาดูแลกองทุนเหล่านั้น และกว่า 80% ของกองทุนพวกนี้ แพ้ผลตอบแทนของกองทุนดัชนี คุณไม่จำเป็นต้องเก่ง […]

ลิงกับลา

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อมด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัว คือ ลิงและลา วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหารก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆได้รับความเสียหาย ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อยๆ คลายปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดีในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉย ๆ สักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาดเจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้นกระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะขึ้นทันที หันมองลิงและลา เพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่องและเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย เธอทั้งหลาย… เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นักเพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆกลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของหญิงชาวบ้าน ที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้ เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสพการณ์ส่วนตัว เธอมองเห็นข้าวของเสียหาย และมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือกแล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือกและไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำแต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือลิง ความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจ ร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อยเธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลย เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน เหตุที่องค์กรของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำที่”ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์” ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจาตรงไปตรงมาแต่ไร้เลห์เหลี่ยม ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง พูดมากพรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัดแต่ไม่เคยทำงานจริง นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้ ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบายนั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม รู้จักยอมเสียสละตน สละเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อค้นหาความจริง เพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้นองค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าลิงสงบได้องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย

การสร้างวินัยให้กับเด็ก

เครดิต: บทความจาก Education Facet ตอนนี้หลายๆ สนใจวิธีการเลี้ยงลูก โดย เน้นให้ลูกมีวินัย มีความรับผิดชอบ และมีความมุ่งมั่นพัฒนาตนเองตามวิถีทางของชาวญี่ปุ่นมากๆ ครับ และจริงๆ ก็มีบทความทำนองนี้ออกมามากแล้ว แต่เผอิญว่าผมอ่านเจองานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ชื่อว่า Child Discipline in Japan: an Important Part of Parenting Where Parents Pass on Their Values to Their Children ซึ่งเขียนโดย Nobuko Uchida จาก University of Tsukuba ซึ่งผมคิดว่าเขียนได้เป็นรูปธรรม แบบเห็น – – แนวปฏิบัติ – – เลยนะครับ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ child research) ทางผู้วิจัยได้ใช้การทดสอบ Literacy (การอ่านเขียนเพื่อความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์จากการอ่านเขียน) และ […]

ดอกเตอร์จากกองขยะ /ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ

ครอบครัวของเราก็มีฐานะยากจน พ่อเป็นพนักงานขับรถทัวร์ปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-ชุมพร ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน ทั้งคู่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว พ่อมีลูกติดเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วนแม่มีลูกติดเป็นหยิงหนึ่งชายหนึ่ง หลังจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ก็มาเริ่มต้นชีวิตคู่ที่จังหวัดชุมพร ดังนั้นเมื่อเกิดมาผมก็มีพี่แล้ว 3 คน และหลังจากนั้นอีกสองปีก็มีน้องสาวอีก 1 คน อย่างไรก็ตาม พ่อกับแม่ใช้ชีวิตครอบครัวได้ไม่นาน ทั้งคู่มักทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยเรื่องหึง จนในที่สุดก็เลิกรากันไป พ่อจากไปทำงานที่อื่นพร้อมกับนำลูกสาวคนเล็กไปด้วย ทิ้งให้แม่ดูแลลูกอีก 4 คนตามลำพัง การจากไปของพ่อซึ่งเคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวสร้างความลำบากให้แม่มากที่สุด เงินทองที่เคยพอมีใช้บ้างก็เริ่มร่อยหรอ แม่แก้ปัญหาด้วยการนำข้าวของเครื่องใช้ในบ้านไปจำนำ ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยเดินเข้าโรงรับจำนำเป็นว่าเล่นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เมื่อข้าวของที่จะนำไปจำนำหมดแล้ว แม่ก็พยายามหางานทำ มีคนรู้จักแถวนั้นแนะนำให้ไปเป็นนายตรวจตั๋วที่บขส. แม่ทำงานนี้ไปได้สักพักก็มีคนแนะนำให้ไปทำงานที่ได้เงินดีกว่า ด้วยการไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารแถวทับสะแก ท่านต้องไปทำงานกินนอนที่นั่น และฝากภาระดูแลน้องให้กับลูกสาวคนโต ทุกเดือนแม่จะส่งเงินให้ให้เรา 500 บาท โดย 300 บาท เป็นค่าเช่าบ้าน อีก 200 บาทเป็นค่ากินอยู่ของพวกเรา 4 คน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเงินที่น้อยเกินไป หรือเพราะไม่มีผู้ใหญ่ดูแลกันแน่ หลังจากแม่ไปทำงานต่างจังหวัด พี่ๆ ของผมก็ทยอยหายออกจากบ้านไปทีละคน พี่สาวต่างพ่อที่เป็นพี่คนโตหอบเสื้อผ้าหายไปตอนอายุ15ปี ทุกวันนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไรผมก็ไม่อาจทราบได้ ส่วนพี่ชายต่างพ่อไปเป็นลูกเรือตังเก […]

คำนวณค่าทำเว็บแบบรายชั่วโมง

งาน อธิบาย ชั่วโมง ราคา Project Brief คุยรายละเอียดงาน เพื่อเข้าใจธีมงาน และเนื้อหาต่างๆ 2 800 Information Architecture ไม่ค่อยซับซ้อน ทำตาม outline ที่วางไว้ 1 400 Design Research Research ตัวอย่างดีไซน์ และปรับแก้ให้ตรงความต้องการ 4 1600 Initial Drafts & Sketches ทำ first draft เพื่อตรวจสอบ 6 2400 Design Revisions แก้ไขงานดีไซน์ 3-5 ครั้ง 20 8000 Final PSD Production สรุปตัว final design 2 800 XHTML/CSS Development พัฒนาเว็บไซน์ตามที่ design […]

เฮดบัตมันเจ็บ

ณ หมู่บ้าน 2 ลิง ขณะที่แอลกำลังดูทีวีเพลินๆ แอมป์ก็แอบมาจากด้านหลัง เอื้อมมือหยิบรถคันโปรดของแอล แล้วรีบวิ่งหนีมาที่เตียง เพื่อโยนรถแอลเข้าไปใต้เตียง โดยปกติ แอลจะไม่ทันมอง กว่าจะรู้ตัว ว่ารถคันโปรดโดนแอมป์โยนไปใต้เตียง ก็ตอนได้ยินเสียงรถกระทบพื้นกระเบื้อง แต่คราวนี้ไม่ใช่ แอลหันมามองทันตอนแอมป์หยิบรถไปพอดี แอมป์ตกใจ วิ่งมาถึงเตียง เตรียมโยนรถไปใต้เตียง แอลวิ่งตามมา จับแอมป์ทุ่มด้วยท่าซูเพล็ก ต่อด้วยเฮดบัต แทนที่จะเป็นแอลที่ร้องไห้ รอบนี้แอมป์ร้องไห้แทน แถมเจ็บตัวอีกต่างหาก แอมป์ร้องไห้ เจ็บแก้ม (โดนแอลเอาหัวโขก) วิ่งมาหาป๊า พร้อมกับพูดประโยค classic “เจ็บ เจ็บ ป๊ะป๊าเป่า ป๊ะป๊าเป่า” . . . นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า เฮดบัตมันเจ็บ

เด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้น คือ กลุ่มเด็กเก่ง ไหวพริบและไอคิวดีมาก โดย นพ.สมชาติ สุทธิกาญจน์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เด็กสมาธิสั้น คือ กลุ่มเด็กเก่ง ไหวพริบและ ไอคิวดีมาก แต่คำว่า สมาธิสั้น คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเป็นแง่ลบว่า ปัญญาอ่อน ไม่สามารถจะเรียนอะไรได้เลย กลับตรงข้าม เป็นเด็กที่มีสมาธิมากเหมือนอยู่ในภวังค์ในเรื่องที่ชอบ สนใจแต่ ไม่อาจมีสมาธิได้เลยในเรื่องที่ไม่สนใจ ลักษณะเด็กสมาธิสั้นเด็กสมาธิสั้น หรือเรียก “ไฮเปอร์” มีประวัติ ใน วัยเด็กทั้งเหม่อและซน อยู่ไม่นิ่ง ชอบปีนป่ายทำกิจกรรม มากมาย โดยเฉพาะการวิ่งเล่นซน ไม่รู้จักเหน็ด เหนื่อยทั้งวัน ยกเว้นการทำอะไร ที่ไม่สนใจจะทำได้ จะทำได้ไม่นาน หยุกหยิก เหม่อเหมือนไม่ฟังเวลาพูดคุยด้วยแต่กลับรู้เรื่องหมด เพราะสมองไวเหมือนเรดาร์ แบ่งภาคการรับรู้ได้มาก จึงเลือก ตรวจจับ รับข้อมูลหรือคำสั่งเฉพาะเรื่องที่สนใจและสำคัญ เช่น เสียงเรียกของแม่ที่เริ่ม อารมณ์เสีย หงุดหงิดกับการบอกหลายครั้งแล้วยังไม่ฟัง ไม่ทำตาม เพราะกำลังเพลิน มีสมาธิมากกับการเล่น ในเด็กผู้ชาย มักเป็นสมาธิสั้นแบบซน เคลื่อนไหวเร็ว เหมือนรถที่มีเครื่องยนต์แรงแต่เบรกไม่ค่อยดี […]

อุทาหรณ์สอนใจหญิง ฉบับที่ 32

ย้อนไปสมัยมหาลัย โบว์ เป็นเพื่อนชะนีของเรา นางเป็นนีที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดคือซ่า แก่น เปรี้ยว และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ระหว่างช่วงปีสามอยู่ดีๆโบว์ก็หายไป นางไม่มาเรียน นางไม่ติดต่อใคร และเหวี่ยงตัวเองออกไปจากสังคมเพื่อนเกือบเดือน แต่แล้ววันหนึ่งนางก็ติดต่อมา วันนั้นโบว์นัดช่า กอล์ฟ และหยกออกไปข้างนอกโดยที่ไม่บอกเหตุผลว่านัดไปทำอะไร ด้วยความดีใจที่เพื่อนคัมแบ็คสเตจ ทุกคนเลยพร้อมใจกันออกไปหานางอย่างไม่มีเงื่อนไข โบว์ขับรถมารับช่าที่หอ และวนไปรับกอล์ฟและหยกที่บ้าน ในขณะที่อยู่บนรถ นางขับเข้าเมืองไปเรื่อยๆจนถึงแถบสุขุมวิท เพื่อนทุกคนเฮฮากันตามปกติ มีแต่โบว์คนเดียวที่มีท่าทีเงียบและนอยโลกตลอดเวลา จนทุกคนเริ่มทนไม่ไหว ช่า : อีโบว์ มึงเป็นอะไรของมึงวะ นี่นั่งเงียบมาตั้งแต่ขับรถมารับกูแล้วนะ กอล์ฟ : เออ…นัดพวกกูมา กูก็ออกมาแบบอารมณ์แจ่มใสเลยนะ แล้วดูมึงอีดอก นั่งอมขี้ตลอดทาง หยก : มีอะไรรึเปล่า? โบว์ : …………. ช่า : มีอะไรก็เล่า ที่ลากออกมานี่คือจะปรึกษาอะไรใช่มั้ย? โบว์ : …..อืม กอล์ฟ : ทำไม?….อยากรีแพร์? หยก : อีดอก 55555 […]

มองในมุมลูก

(บทความนี้ ดึงมาจาก FB notes ที่เขียนไว้เมื่อ August 31, 2014.) ไปรับแอลที่ รร. ทุกครั้ง จะเห็นผู้ปกครอง (พ่อ-แม่บ้าง ปู่ย่าตายายบ้าง) คอยเร่งให้เด็กๆ รีบไหว้ลาครู แล้วไปขึ้นรถ พอเด็กชี้ไปที่บ่อปลา หรือกระถางต้นไม้ ด้วยความอยากรู้ ก็จะตัดบทว่าไว้ค่อยดู แล้วก็จูงมือแกมดึงไปที่รถ ป๊าเคยอ่านบทความอันนึง จำชื่อเรื่องไม่ค่อยได้ แต่ประมาณว่า มองในมุมของลูก เค้าจะเอากล้องอันเล็กๆ ติดไว้บนหมวก แล้วให้เด็กใส่หมวก เพื่อทำวิจัย ผลที่ได้พบว่า มุมมองเด็ก น่าอึดอัดมาก และชอบมองอะไรซ้ำๆ นานๆ อาจารย์ที่ทำวิจัยแนะนำว่า ถ้าอยากเข้าใจเด็กให้มากขึ้น ให้ก้มลงในระดับเดียวกับเค้า เพื่อมองสิ่งที่เค้าเห็น และตั้งใจฟังสิ่งที่เค้าถามหรืออยากรู้ และถ้าเค้าอยากให้อุ้ม อย่าปฏิเสธ เพราะเค้าก็อยากมองสิ่งต่างๆ รอบตัว ในมุมของผู้ใหญ่บ้าง (อุ้มเค้าให้นานเท่าที่เราจะอุ้มไหว เพราะวันนึงเค้าก็โตพอ ที่จะเดินเอง และไม่ต้องการให้เราอุ้มอีก) หลังจากได้อ่านบทความนั้น ป๊าก็พยายามเอามาปรับใช้ ทุกครั้งที่แอลวิ่งออกมาจากห้องเรียน ป๊าจะย่อตัวลงให้ต่ำ เพื่อให้แอลวิ่งมากอดได้ถนัด เสร็จแล้วก็ฟังแอลพูดคุยอีกชุดใหญ่ […]

เรื่องราวของคุณยาย นักลงทุน

คุณยาย Grace Groner ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนมกราคม ด้วยอายุ 100 ปี เธอเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุสิบสอง ครอบครัวที่รับอุปการะ ส่งเสียเธอให้เข้าเรียนที่ Lake Forest College พอเรียนจบมา เธอก็ทำงานเป็นเลขานุการที่บริษัท Abbott Lab และใช้เงินเก็บมาลงทุนเล็กน้อย โดยซื้อหุ้นของบริษัท Abbott Lab เป็นจำนวนสามหุ้น ในปี 1935 (หุ้นละ 60 เหรียญ) รวมเป็นเงิน 180 เหรียญ เธอไม่ได้ใส่ใจกับหุ้นที่เธอซื้อมากนัก และเมื่อเวลาผ่านไป เธอมารู้ภายหลังว่า หุ้นบริษัท Abbott Lab ที่เธอเคยซื้อไว้จำนวน 3 หุ้น ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 7 ล้านเหรียญ (ประมาณ 300 ล้านบาท) เธอเป็นคนเรียบง่าย ใช้ชีวิตสมถะ ก่อนเสียชีวิต เธอประกาศบริจาคเงินทั้งหมด ให้กับ Lake Forest College เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษาที่ขาดแคลน การลงทุนของเธออย่างไม่ตั้งใจนั้น […]

1 2 3 4 5 28