Investing

การลงทุน กับ อิสรภาพทางการเงิน

คำว่า อิสรภาพทางการเงิน หรือ financial freedom แปลตรงตัวคือ การมีอิสระในด้านการเงิน ส่งผลให้เราสามารถเลือกที่จะประกอบสัมมาอาชีพอะไรก็ได้ ได้ผลตอบแทนเป็นเงินมาก หรือน้อย ก็ไม่เกี่ยง หรือจะไม่ทำงานอีกเลยก็ได้ เพราะเรามีรายได้ทางอื่น ที่เพียงพอสำหรับหล่อเลี้ยงครอบครัวของเราในระยะยาว แต่ในความเป็นจริง คนเราทุกคน เกิดมามีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต หากเพียงแต่เป้าหมายนั้น ไม่สามารถบรรลุได้ เพราะเรายังไม่มีอิสระในการเลือกที่จะทำ กล่าวคือ เรายังต้องทำงานที่ให้ผลตอบแทนแก่เรา ที่สมเหตุสมผล เพื่อนำรายได้นั้น ไปใช้จ่ายในครอบครัว การที่จะจู่ๆ ออกไปไล่ตามความฝัน โดยไม่มีสถานะทางการเงิน ที่พร้อมจะ support ครอบครัว เป็นความเสี่ยงที่สูงมาก ทั้งสำหรับตัวเราเอง และคนข้างหลังเรา ดังนั้น เราจึงควรที่จะเริ่มต้นเก็บออม เริ่มต้นลงทุน เพื่อในอนาคต เราจะมีเงินออมที่สร้างดอกผล มากพอสำหรับใช้จ่ายภายในครอบครัว เมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะสามารถที่จะลาออก หรือทำงานให้น้อยลง แล้วไปมุ่งมั่นกับเป้าหมายในชีวิตที่เราเคยวาดฝันเอาไว้ บางคนมีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส บางคนมีเป้าหมายที่จะไปใช้ชีวิตในชนบท บางคนอยากมีร้านเล็กๆ เป็นของตนเอง บางคนอยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ฯลฯ การมีอิสรภาพทางการเงิน ไม่ได้แปลว่าลงทุนแล้วมีอิสระในทุกสิ่ง แต่มันเอื้อให้เรามีทางเลือกในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น เรายังต้องดูแลครอบครัว […]

ลงทุนแบบรอจังหวะ VS ลงทุนตลอดเวลา (timing the market VS time in the market)

เป็นที่ถกเถียงกันมากว่า ลงทุนแบบรอจังหวะ (timing the market) หรือ ลงทุนแบบตลอดเวลา (time in the market) แบบไหนดีกว่ากัน โดยธรรมชาติ มนุษย์มีสัญชาตญาณในการเอาชนะ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ชอบที่จะลงทุนแบบจับจังหวะตลาด เพราะคิดว่าตนเองมีความสามารถ ในการที่จะเอาชนะตลาด เอาชนะนักลงทุนคนอื่นๆ แต่จากสถิติ ไม่เคยมีนักเศรษฐศาสตร์ หรือนักการเงินคนไหน ที่สามารถทำนายการขึ้น/ลง ของตลาดหุ้นใดๆ ได้อย่างแม่นยำแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการกองทุนระดับโลก หรือแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ก็ตาม กองทุนหุ้นมากมายที่เลือกที่จะลงทุนแบบจับจังหวะตลาด เพื่อเอาชนะผลตอบแทนค่าเฉลี่ย แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ให้แก่กองทุนธรรมดาๆ ที่เลือกที่จะลงทุนแบบ passive (index fund ที่มีการลงทุนแบบตลอดเวลา) ส่วนหนึ่งที่เป็นเช่นนี้ เพราะ การลงทุนแบบรอจังหวะ เสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทน ระหว่างที่รอเข้าซื้อหุ้น ซึ่งบางครั้งกินเวลาเป็นปี หรือหลายๆ ปี ส่วนการลงทุนแบบตลอดเวลา ได้รับผลตอบแทนอยู่ตลอดเวลาในอัตราทบต้นทุกๆ ปี ผลตอบแทนต่อปีอาจจะดูไม่มาก เมื่อเทียบกับการซื้อถูก ขายแพง แต่ถ้าตลาดหุ้นไม่ crash เป็นเวลาหลายๆ ปี ติดๆ […]

ลงทุนด้วยตนเอง vs ลงทุนผ่านกองทุนรวม

คนที่เริ่มลงทุนใหม่ๆ มักจะกังวลว่า การลงทุนต้องจบปริญญาด้านการเงิน ต้องมีความรู้ทางบัญชี ต้องศึกษากราฟ อ่านค่าตัวแปรโน่นนี่ ตามดูดัชนีตลาดฯ ทั่วโลก ราคาทองคำ ราคา commodities ฯลฯ ในความเป็นจริง การลงทุนไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรเลย การลงทุนอาศัยแค่วินัย และความเพียร Peter Lynch เขียนเกี่ยวกับกองทุนหุ้นในหนังสือ One Up On Wall Street ไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้จักการกองทุน มีข้อจำกัดมากมาย ในการลงทุน เช่น ห้ามถือเกินกี่ % ของปริมาณเงินในกองทุนนั้นๆ เวลาเจอหุ้นบริษัทไหนน่าสนใจมากๆ ก็ไม่สามารถซื้อหุ้นได้มากเท่าที่ต้องการ เพราะติดข้อจำกัดตรงนี้ แต่ละกองทุนคิดค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมแพงๆ อย่างไร้เหตุผล มากกว่า 90% ของกองทุนหุ้นที่บริหารโดย “มืออาชีพ” ทำผลงานได้แย่กว่ากองทุนดัชนี (กองทุนกระจายความเสี่ยง ที่ไม่มีการบริหารจัดการใดๆ หรือเรียกอีกอย่างว่า passive fund) เมื่อเข้าใจแบบนี้แล้ว เราจะนำเงินของเรา ไปให้คนอื่นบริหาร แล้วคิดค่าบริหารกับเราแพงๆ ทำไม ในเมื่อกองทุนเหล่านี้ ทำผลตอบแทนได้แย่กว่าค่าเฉลี่ย […]

เชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว

ปกติไม่ชอบทำงานให้ใคร และไม่รับดูแลพอร์ทลงทุนคนอื่น เพราะไม่ต้องการสร้างภาระผูกพันให้ตัวเอง ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร และไม่ต้องการมี conflict of interest ยิ่งเป็นการลงทุนในตลาดหุ้น ยิ่งเกิด conflict ได้ง่าย เช่น เอาเงินคนอื่นมาช้อนซื้อหุ้นที่เราต้องการจะขาย ในราคาแพงๆ เพื่อให้เราได้กำไรมากขึ้น (โยนหุ้นเราให้พอร์ทเพื่อนรับซื้อในราคาแพงๆ) เป็นต้น แต่เนื่องจากเพื่อนคนนี้สนิทกันมานาน และไม่มีเวลาศึกษาหาความรู้ในด้านการลงทุน บวกกับตัวเราเองต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง เลยรับอาสาดูแลพอร์ทให้ โดยมีข้อแม้คือ “อย่าถาม” เพราะถ้าจะต้องลงทุนไป ชี้แจงตัวเองไป ก็จะเสียเวลามาก ขี้เกียจตอบคำถามด้วยอีกอย่าง พอเข้าใจตรงกัน ก็เริ่มลงทุนให้ เริ่มแรกลงทุนด้วยเงินลงทุนตั้งต้นราวๆ 200,000 บาท และลงทุนเพิ่ม (หักจากเงินเดือน) อีกราวๆ 2-3 หมื่นบาท ทุกเดือน ช่วงปีแรกของการลงทุน พอร์ทมีขึ้นมีลง ไม่ได้เติบโตมากเท่าไหร่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป และด้วยความสม่ำเสมอในการลงทุน ทำให้ได้เก็บหุ้นดีราคาถูกในช่วงวิกฤต ช่วงนั้นจำนวนเงินออมเท่าเดิม แต่ซื้อหุ้นเก็บเข้าพอร์ทได้ปริมาณมากขึ้น เพื่อให้เห็นภาพ จะขอยกตัวอย่างดังนี้ หุ้น A ปกติราคาจะอยู่ที่ 50 บาท/หุ้น เงิน […]

เริ่มต้นลงทุนในตลาดหุ้น

เขียนบทความมาหลายอัน ลืมนึกไปว่าคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนเลย จู่ๆ มาอ่านบทความข้ามไปข้ามมา อาจจะงงว่าจุดเริ่มต้นในการลงทุน มันอยู่ตรงไหน ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะเริ่มลงทุนในตลาดหุ้นได้ ฯลฯ วันนี้เลยอยากจะเขียนบทความ เริ่มต้นลงทุนในตลาดหุ้น แบบเข้าใจง่ายๆ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ กับคนที่ไม่มีความรู้ด้านการลงทุนมาก่อน จะได้เริ่มต้นได้ถูกต้อง และไม่โดนหลอก หรือเป็นเหยื่อการลงทุนในรูปแบบต่างๆ การเริ่มต้นช่วงแรกๆ แนะนำให้หาหนังสือด้านการลงทุนมาอ่าน เล่มแรกๆ ควรจะเป็นหนังสือที่อ่านง่ายๆ ไม่ลงลึกในรายละเอียดมากจนเกินไป เช่น ตีแตก กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากรณ์ กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ โดย เทพ รุ่งธนาภิรมย์ (เล่มนี้ปกใหม่จะเป็นสีดำๆ) ออมก่อน รวยกว่า โดย นวพร เรืองสกุล อ่านจนเริ่มเข้าใจพื้นฐานด้านการลงทุนแล้ว ทีนี้ก็มาเริ่มต้นเปิดพอร์ทซื้อ/ขายหุ้นกันเลย ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างการเปิดพอร์ทซื้อขายหุ้นแบบออนไลน์กับทาง SCBS ในเครือ ธ.ไทยพาณิชย์ ขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กับทางธนาคาร โดยไม่เอาบัตรเอทีเอ็ม และขอเปิดบริการ online banking ไปพร้อมกัน รอจนได้รหัส online banking มาเรียบร้อยแล้ว ก็ login […]

ประกันบำนาญ vs สินทรัพย์อื่นๆ vs การลงทุน

พออายุมากขึ้น ก็จะเริ่มมีเงินเก็บ พร้อมที่จะลงทุนระยะยาว แต่แบบไหนจะเหมาะกับเราที่สุด ลงทุนในรถยนต์, บ้าน, คอนโด, ประกันบำนาญ, พันธบัตรรัฐบาล, ฯลฯ ในบทความนี้ เราจะมาเปรียบเทียบการลงทุน ในรูปแบบต่างๆ ระยะยาว เพื่อให้เห็นภาพว่าหากลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งในระยะยาว จะส่งผลกับเงินออมของเราอย่างไรบ้าง รถยนต์ สมมุติว่าเราต้องการซื้อรถยนต์ Toyota Altis ที่ราคา ณ ปัจจุบัน 1,079,000 บาท เงินดาวน์ 107,900 บาท ค่างวด (ผ่อน 5 ปี) 19,544 บาท *ข้อมูลจาก Toyota Leasing Thailand ภายใน 5 ปี เราจะใช้เงินสะสมไปทั้งสิ้น 1,280,540 บาท สำหรับรถคันนี้ เงินก้อนที่เสียไป อาจจะดูเหมือนไม่มาก ถ้าเทียบกับราคาจริงของรถยนต์ (จ่ายแพงขึ้นราวๆ 2 แสนบาท) แต่เราลืมคิดถึงค่าเสียโอกาส หากนำเงินดาวน์ และเงินค่างวด ไปออมทุกเดือนตลอด […]

ว่าด้วย ทฤษฎีการพนัน /บรรยง พงษ์พาณิชย์

เข้าคาสิโน – เล่นม้า – แทงหวย – ซื้อลอตเตอรี่ – ซื้อประกัน …..เล่นการพนันอย่างไหนโง่กว่ากัน ผมเป็นคนชอบเสี่ยง ชอบผจญภัยมาแต่ไหนแต่ไร (หรือถ้าให้พูดเท่ๆก็ต้องบอกว่า เป็นพวกกลัวเสียโอกาส มากกว่ากลัวล้มเหลว) ซึ่งเลยเป็นเรื่องธรรมดาที่จะชอบการพนันมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะในยามที่ยังโง่ ยังไม่รู้ความ แต่ไม่นานก็เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่า ถ้าไม่อยากเสียเงิน ไม่อยากเสียเปรียบ อย่าเล่นการพนันที่มีเจ้ามือ ให้เล่นแต่กับเพื่อนฝูง และถ้าอยากได้เงิน ให้พยายามเป็นเจ้ามือเพราะการพนันทุกชนิดเจ้ามือย่อมได้เปรียบ แต่ถ้าเล่นที่ไม่มีเจ้ามือก็ให้พยายามเลือกเล่นการพนันที่ต้องใช้ฝีมือ ใช้ทักษะ หรือใช้สมอง แล้วเล่นกับคนที่ฝีมือด้อยกว่าเราเข้าไว้ เช่น สนุ๊กเกอร์ ไพ่รัมมี่ ไพ่จับหมู ไพ่เผ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ดี ความที่เป็นคนชอบลอง ชอบผจญภัย ผมก็ยังคงชอบไปเล่นการพนันที่มีเจ้ามืออยู่ดี มีโอกาสเป็นต้องไปเข้าคาสิโนในที่ต่างๆ เคยตระเวณมาทั่ว ตั้งแต่Atlantic City, Las Vegas, Reno, Lake Tahoในอเมริกา ฟากยุโรปก็เคยเยอะ ทั้งLondon, Istanbul, Baden Baden, Weisbaden ยันMonticalo […]

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการลงทุน

ที่ผ่านมาได้แนะนำคนรู้จักหลายต่อหลายคน ให้เริ่มการลงทุนตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการลงทุนระยะยาวจะสำเร็จผลได้ ต้องอาศัยเวลาเป็นตัวสำคัญ ยิ่งเริ่มออมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะพลังของดอกเบี้ยทบต้น อาศัยเวลาเป็นปัจจัยหลัก แต่ก็มีหลายครั้ง ที่คนรับสาร เข้าใจเราผิดๆ มีทั้งคิดว่า ชวนไปเล่นหุ้นเก็งกำไร หรือ แนะนำให้ลงทุนอะไรเสี่ยงๆ เพื่อให้รวยลัดรวยไว จริงๆ แล้ว การลงทุน ไม่จำเป็นต้องลงในหุ้นเสมอไป ถนัดทางไหน ก็เลือกทางนั้นได้เลย แต่จะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ รู้ให้ลึก รู้ให้จริง ในสิ่งที่เราจะลงทุน การศึกษาการลงทุนหลายๆ รูปแบบ จะช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย รวมทั้งความเสี่ยงต่างๆ เพื่อเลือกรูปแบบการลงทุน ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด (เช่น เมื่ออายุมากๆ แล้ว ก็ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากจนเกินไป เพราะโอกาสแก้ตัวเหลือน้อยมากแล้ว เป็นต้น) เกริ่นมายืดยาว มาเริ่มพูดถึงความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการลงทุนกันเลยดีกว่า 1. การลงทุนเหมาะกับแค่คนที่เก่งด้านนั้นๆ เท่านั้น ความจริง คือ ในบรรดากองทุนทั้งในและต่างประเทศ จ้างผู้จัดการกองทุนที่จบเกียรตินิยม มหาลัยมีชื่อเสียงระดับประเทศ หรือระดับโลก มาดูแลกองทุนเหล่านั้น และกว่า 80% ของกองทุนพวกนี้ แพ้ผลตอบแทนของกองทุนดัชนี คุณไม่จำเป็นต้องเก่ง […]

เรื่องราวของคุณยาย นักลงทุน

คุณยาย Grace Groner ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนมกราคม ด้วยอายุ 100 ปี เธอเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุสิบสอง ครอบครัวที่รับอุปการะ ส่งเสียเธอให้เข้าเรียนที่ Lake Forest College พอเรียนจบมา เธอก็ทำงานเป็นเลขานุการที่บริษัท Abbott Lab และใช้เงินเก็บมาลงทุนเล็กน้อย โดยซื้อหุ้นของบริษัท Abbott Lab เป็นจำนวนสามหุ้น ในปี 1935 (หุ้นละ 60 เหรียญ) รวมเป็นเงิน 180 เหรียญ เธอไม่ได้ใส่ใจกับหุ้นที่เธอซื้อมากนัก และเมื่อเวลาผ่านไป เธอมารู้ภายหลังว่า หุ้นบริษัท Abbott Lab ที่เธอเคยซื้อไว้จำนวน 3 หุ้น ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 7 ล้านเหรียญ (ประมาณ 300 ล้านบาท) เธอเป็นคนเรียบง่าย ใช้ชีวิตสมถะ ก่อนเสียชีวิต เธอประกาศบริจาคเงินทั้งหมด ให้กับ Lake Forest College เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษาที่ขาดแคลน การลงทุนของเธออย่างไม่ตั้งใจนั้น […]

ชาวประมง กับนักธุรกิจ

นักลงทุนชาวอเมริกันนายหนึ่ง กำลังยืนอยู่บนท่าเรือ ของชายฝั่งหมู่บ้าน เม็กซิกันแห่งหนึ่ง ขณะที่มีเรือประมงลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาจอด แล้ว เขาก็ได้เห็นปลาโอครีบเหลืองตัวโต ๆ กองอยู่บนเรือลำนั้น ชาวอเมริกัน เอ่ยชมชาวประมงท้องถิ่นที่จับปลาได้เก่ง ก่อนจะถามว่า “คุณใช้เวลาในการจับปลาพวกนี้นานไหม” ชาวประมงตอบว่า “ครู่เดียวเท่านั้นแหละครับ” “อ้าว ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่อยู่นานอีกหน่อยเพื่อจะได้ปลามากกว่านี้ล่ะ” เขาสงสัย คน ถูกถามตอบเรียบ ๆ “นี่ก็พอเลี้ยงครอบครัวในวันนี้แล้วครับ” นักลงทุนผู้ มาเยือนถามใหม่ “แล้วคุณเอาเวลาที่เหลือไปทำอะไรล่ะ” “ผมก็ยุ่งทั้งวัน แหละครับ นอนตื่นสาย ๆ จับปลาวันละนิดหน่อย เล่นกับลูก ๆ นอนพักกลางวันกับภรรยาของผม เดินเล่นในหมู่บ้าน จิบไวน์ และเล่นกีต้าร์กับเพื่อนฝูงในตอนเย็น ๆ” คนอเมริกันจึงพูด อย่างกระหยิ่มว่า “ผมจบเอ็มบีเอจากฮาร์วาร์ด สามารถให้คำแนะนำคุณได้นะ อันดับ แรกก็คือ คุณน่าจะจับปลาให้เยอะกว่านี้ เพื่อที่จะได้ซื้อเรือลำโต ๆ ผล จากการมีเรือลำโต ก็จะทำให้คุณมีเงินมากพอที่จะซื้อเรือเพิ่มขึ้น จาก นั้น คุณก็นำปลาที่จับได้ไปขายให้โรงงาน โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง อย่างในตอนนี้ หรือไม่ก็สร้างโรงงานเสียเอง […]

1 2 3 10