George Calin on 9/11 – บทความของนักพูดชื่อดังชาวสหรัฐ หลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11

George Calin on 9/11 – บทความของนักพูดชื่อดังชาวสหรัฐ หลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11

The paradox of our time in history is that we have taller buildings, but shorter tempers, wider freeways, but narrower viewpoints. We spend more, but have less, we buy more, but enjoy less. We have bigger houses and smaller families, more conveniences, but less time. We have more degrees but less sense, more knowledge, but less judgment, more experts, yet more problems, more medicine, but less wellness.

We drink too much, smoke too much, spend too recklessly, laugh too little, drive too fast, get too angry, stay up too late, get up too tired, read too little, watch TV too much, and pray too seldom. We have multiplied our possessions, but reduced our values. We talk too much, love too seldom, and hate too often.

We’ve learned how to make a living, but not a life. We’ve added years to life not life to years. We’ve been all the way to the moon and back, but have trouble crossing the street to meet a new neighbor. We conquered outer space but not inner space. We’ve done larger things, but not better things.

We’ve cleaned up the air, but polluted the soul. We’ve conquered the atom, but not our prejudice. We write more, but learn less. We plan more, but accomplish less. We’ve learned to rush, but not to wait. We build more computers to hold more information, to produce more copies than ever, but we communicate less and less.

These are the times of fast foods and slow digestion, big men and small character, steep profits and shallow relationships. These are the days of two incomes but more divorce, fancier houses, but broken homes.

These are days of quick trips, disposable diapers, throwaway morality, one night stands, over-weight bodies, and pills that do everything from cheer, to quiet, to kill. It is a time when there is much in the showroom window and nothing in the stockroom. A time when technology can bring this letter to you, and a time when you can choose either to share this insight, or to just hit delete.

Remember, spend some time with your loved ones, because they are not going to be around forever. Remember, say a kind word to someone who looks up to you in awe, because that little person soon will grow up and leave your side. Remember, to give a warm hug to the one next to you, because that is the only treasure you can give with your heart and it doesn’t cost a cent.

Remember, to say, “I love you” to your partner and your loved ones, but most of all mean it. A kiss and an embrace will mend hurt when it comes from deep inside of you. Remember to hold hands and cherish the moment for someday that person will not be there again. Give time to love, give time to speak, and give time to share the precious thoughts in your mind.

Life is not measured by the number of breaths we take, but by the moments that take our breath away.

===================

ความแปลกในช่วงชีวิตคนเราสมัยนี้ เรามีตึกสูงขึ้น แต่ความอดกลั้นลดลง เรามีถนนกว้างขึ้น แต่มุมมองแคบลง เราใช้เงินมากขึ้น แต่กลับมีน้อยลง เราซื้อมากขึ้น แต่ดื่มด่ำน้อยลง เรามีบ้านหลังใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวเล็กลง เรามีความสะดวกสบายขึ้น แต่เราไม่มีเวลา เราเรียนสูงขึ้น แต่สำนึกน้อยลง มีความรู้มากขึ้น แต่การตัดสินใจแย่ลง มีผู้เชี่ยวชาญมากมาย แต่ปัญหากลับมากขึ้น มียาดีๆ แต่มีสุขภาพแย่ลง

เราดื่มมากไป สูบบุหรี่มากไป ใช้จ่ายแบบไม่ยั้งคิด หัวเราะน้อยไป ขับรถเร็วเกิน โมโหง่าย นอนดึก ตื่นมาแบบโทรมๆ อ่านน้อยไป ดูทีวีมากไป และแทบไม่เคยสวดมนต์ภาวนา เรามุ่งสะสมสิ่งของ แต่กลับลดคุณค่าของเราเอง เราพูดมากไป รักยากไป และเกลียดบ่อยเกินไป

เราเรียนเกี่ยวกับการทำมาหากิน แต่ไม่ได้เรียนเพื่อรู้จักชีวิต เรายืดระยะชีวิต แต่ไม่ได้เติมเต็มชีวิตให้กับเวลาที่ผ่านไปแต่ละปี เราไปไกลถึงดวงจันทร์ แต่กลับมีปัญหาในการข้ามถนนไปรู้จักเพื่อนบ้าน เราออกสำรวจนอกโลก แต่ไม่ค่อยมองเข้าไปข้างในตัวเอง เราทำสิ่งใหญ่โตมากมาย แต่ไม่ใช่สิ่งที่ดีขึ้น

เราพยายามทำอากาศให้สะอาดขึ้น แต่ปล่อยให้จิตวิญญาณสกปรก เรามองทะลุถึงอะตอม แต่มองไม่เห็นอคติตัวเอง เราเขียนมากขึ้น เรียนรู้น้อยลง เราวางแผนมากขึ้น แต่ไม่ค่อยทำให้สำเร็จ เรารู้จักที่จะรีบเร่ง แต่ไม่รู้จักการรอคอย เราสร้างคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บข้อมูลมหาศาล แต่เราสื่อสารกันน้อยลงๆ

นี่เป็นยุคของอาหารจานด่วนและการย่อยที่เชื่องช้า คนตัวโตแต่ใจเล็ก กำไรมหาศาลแต่ความสัมพันธ์กลับผิวเผิน นี่เป็นยุคของครอบครัวที่ช่วยกันหาเงิน แต่การอย่าร้างกลับมากขึ้น ยุคของบ้านที่หรูหราแต่ครอบครัวแตกร้าว

นี่เป็นยุคของการเดินทางสั้นๆ ผ้าอ้อมแบบใช้แล้วทิ้ง ศีลธรรมทิ้งๆ ขว้างๆ รักชั่วข้ามคืน ผู้คนอ้วนฉุ และมียาที่ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ทำให้คึกคัก ทำให้เงียบ และพรากชีวิต เป็นยุคของการค้าแบบผักชีโรยหน้า เป็นยุคที่เทคโนโลยีช่วยนำข้อความนี้มาถึงคุณ และเป็นเวลาที่คุณเลือกได้ว่าจะแชร์ข้อความนี้ต่อ หรือกดลบทิ้ง

จงใช้เวลากับคนที่คุณรักให้มากขึ้น เพราะพวกเค้าคงไม่ได้อยู่กับคุณตลอดไป จงพูดดีๆ กับเจ้าตัวเล็กที่กำลังมองคุณเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะคนๆ นั้นอีกไม่นานก็จะเติบใหญ่และผละจากคุณไป ให้อ้อมกอบที่อบอุ่นกับคนข้างๆ คุณ เพราะนั่นคือสมบัติอย่างเดียวที่คุณสามารถให้ด้วยใจ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว

อย่าลืมที่จะพูดคำว่า ฉันรักเธอ กับคู่ชีวิตและคนที่คุณรัก สำคัญที่สุด จงหมายถึงอย่างที่คุณพูด อ้อมกอดและรอยจุมพิตสามารถล้างความเจ็บปวดลึกๆ ข้างในคุณได้ จงกุมมือและใช้เวลาให้มีความสุขกับคนพิเศษ เพราะสักวันเขาอาจไม่ได้อยู่ข้างๆ คุณอีก ให้เวลากับความรัก การพูดคุย และให้เวลากับการแบ่งปันความคิดอันมีค่าในใจของคุณ

ชีวิตไม่ได้ถูกวัดด้วยปริมาณลมหายใจ แต่ถูกวัดด้วยช่วงเวลาที่เราหายใจเข้าออกอย่างเป็นสุข

George Calin on 9/11 – บทความของนักพูดชื่อดังชาวสหรัฐ หลังภรรยาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11 แปลไทยโดย คุณ pizzaman @THT