Investing

ทองคำ กับการลงทุนในพันธบัตร และหุ้น ในมุมมอง Warren Buffett

[บทความต่อไปนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เขียนลงในนิตยสาร Fortune ฉบับวันที่ 27 ก.พ. 2012 ถอดความเป็นภาษาไทยโดย คุณชัชวนันท์ สันธิเดช หนึ่งในทีมงาน Club VI เผยแพร่ไว้ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2012 ปัจจุบันมีผู้ “ตัดตอน” บางส่วนของบทความแปลนี้ ไปโพสต์ในเว็บไซต์ต่างๆ ดังนั้น Club VI จึงขอเอา “ฉบับเต็ม” จากผู้แปล มาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งครับ] วอร์เรน บัฟเฟตต์ เขียน ชัชวนันท์ สันธิเดช แปล ผู้คนมักกล่าวว่า การลงทุน คือการกระบวนการในการเอาเงินออกมาบริหาร โดยหวังว่าจะได้รับเงินมากขึ้นในอนาคต แต่ที่เบิร์คไชร์ แฮธาเวย์ เราใช้หลักที่เข้มงวดกว่านั้นมาก เราให้คำจำกัดความของ การลงทุน ว่าเป็นการส่งต่ออำนาจซื้อไปสู่ผู้อื่น ด้วยความคาดหวังอย่างมีเหตุผลว่าจะเกิดเป็นอำนาจซื้อที่มากขึ้นในอนาคต หลังจากหักภาษีในอัตราที่น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ หากจะให้ชี้ชัดยิ่งขึ้น ต้องบอกว่า การลงทุนคือการผัดผ่อนการบริโภค ณ วันนี้ เพื่อให้มีความสามารถที่จะบริโภคได้มากขึ้นในวันข้างหน้า

ช่วงชีวิตของนักลงทุน

ถ้าเราลองสังเกตุชีวิตตัวเราเองดู ผมว่าแต่ละช่วงชีวิตของเรานั้น มีความต้องการในชีวิตแตกต่างกันไป นานมาแล้ว พี่แอ๊ด คาราบาวได้เคยแต่งเพลง “ตุ๊กตา” ที่มีเนื้อร้องว่า “หวนคิดคำนึงถึงตอนที่ฉันยังเป็นเด็กๆ ตุ๊กตาที่ตัวเล็กๆ ก็ดูจะมีความหมาย” ใช่ครับ ผมว่าตอนเราเด็กๆ ของเล่น มีความสำคัญกับเรามากเหลือเกิน ถ้ามีคนมาบอกว่าให้ เลือก ระหว่าง ADVANC 1,000 หุ้น กับ หุ่นยนต์ Transformer แบบ แปลงร่างได้ เด็กห้าขวบอย่างผมก็คงเลือกหุ่นยนต์เป็นแน่แท้ ต่อมาเมื่อโตขึ้นไปอีก

ราคาหุ้นที่เหมาะสม

ราคาหุ้นที่ไม่เหมาะสม ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร โดยทั่วไปแล้วผมคิดว่า หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์นั้น มีราคาหุ้นที่เหมาะสม นั่นก็คือ มูลค่าพื้นฐานของหุ้นเท่ากับราคาหุ้นที่ซื้อขายกัน ในตลาดขณะนั้น-โดยเฉลี่ย นั่นแปลว่า การที่จะทำกำไรโดยการซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน หรือหุ้น “Undervalue” แล้วหวังว่า จะขายเมื่อราคาหุ้นขึ้นไปสู่มูลค่าพื้นฐาน และทำกำไรมากกว่าปกติ เป็นเรื่องยาก แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า หุ้นทุกตัวต้องมีราคาเท่ากับมูลค่าพื้นฐานพอดี ว่าที่จริงมีหุ้นน้อยตัวมากที่มีราคาหุ้นเท่ามูลค่าพื้นฐาน อาจจะมีหุ้นถึง 50% ที่มีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน แต่ก็มีหุ้นอีก 50% ที่มีราคาสูงกว่าพื้นฐาน เฉลี่ยแล้วราคาหุ้นจึงเท่ากับมูลค่าพื้นฐาน ประเด็นสำคัญ ก็คือ เราไม่รู้ว่าหุ้นตัวไหนสูงกว่าพื้นฐานหรือหุ้นตัวไหนต่ำกว่าพื้นฐาน ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำกำไร จากการหาหุ้นที่ Undervalue และนี่ก็คือ แนวความคิดของ ตลาดหุ้นที่มีประสิทธิภาพ หรือ Efficient Market แบบง่ายที่สุด

1 8 9 10