ลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างๆ

การลงทุนในกองทุนฯ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีหลักๆ คือ ทุ่นเวลา + กระจายความเสี่ยง และบางกองทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

ส่วนข้อเสีย ก็ตามที่ Peter Lynch พูดไว้ใน One Up On Wallstreet เลย คือ

1. ค่าธรรมเนียมซื้อขายแพง
2. ผู้จัดการกองทุนมักจะกินเงินเดือนสูง แต่ประสิทธิภาพต่ำ
3. กองทุนมีข้อจำกัดมากมาย

นอกเหนือจากข้อเสียพวกนี้แล้ว

ยังมีข้อเสียอื่นๆ อีก เช่น

กองทุนจำเป็นต้องซื้อหุ้นบางตัวที่ overvalued ไปมากๆ เพียงเพราะต้องถ่วงน้ำหนักพอร์ต

ยกตัวอย่างกองทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หรือกองทุนดัชนี ที่ปกติอาจจะถือ DELTA ในสัดส่วนที่ไม่มาก แต่พอ DELTA ราคาพุ่งไปจน market cap ติด Top 5 ของตลาด ทำให้กองทุนเหล่านี้ ต้องมาไล่ซื้อหุ้น เพื่อทำตามเกณฑ์กองทุนดัชนีแบบถ่วงน้ำหนัก

แล้วพอราคาหุ้น DELTA ตกลงมา กองทุนก็ต้องขายออกไปตามเกณฑ์

การที่กองทุนไล่ซื้อหุ้นที่ราคาแสนแพง แต่กลับขายที่ราคาต่ำๆ (ราคาต่ำๆ ไม่ได้แปลว่า undervalued) แล้วก็ทำซ้ำอีกเมื่อราคาหุ้นวิ่งแรงๆ ลงแรงๆ เพราะต้องทำตามเกณฑ์ ส่งผลให้กองทุนฯ ทำผลตอบแทนได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

การลงทุนในกองทุนพวกนี้ ช่วยประหยัดเวลาเราได้มากก็จริง แต่ก็มาพร้อมกับข้อเสียที่ไม่ควรมองข้าม