สิ่งที่เรามักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต โดย Bronnie Ware

นักเขียนผู้นี้เคยทำงานดูแลผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าจะเสียชีวิตและกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อรอวันตาย โดยเธอจะอยู่กับผู้ป่วยเหล่านี้ในช่วงสามถึงสิบสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิต โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เธอได้มีโอกาสพูดคุย และรับฟังความในใจของผู้ป่วยเหล่านี้ เมื่อถามถึงสิ่งที่เสียใจหรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่ถ้าทำได้อยากจะย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงนั้น เธอพบว่ามีอยู่ห้าประเด็นที่มักจะพบในผู้ป่วยที่กำลังใกล้เสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่ครับ ประเด็นแรก คือ ผู้ป่วยเหล่านี้อยากจะมีความกล้าที่จะใช้ชีวิตตามแบบที่ตนเองอยากหรือต้องการจะเป็น ไม่ใช่ดำรงชีวิตตามความต้องการหรือความคาดหวังของผู้อื่น ซึ่งพบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยอยากจะเปลี่ยนแปลงมากที่สุดครับ เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยพบว่าชีวิตตนเองกำลังจะสูญเสียไป และมีโอกาสมองย้อนกลับไปในอดีตนั้น จะพบว่ามีความฝันหลายๆ อย่างที่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำหรือยังไม่บรรลุ และเมื่อใกล้จะเสียชีวิตก็จะพบว่าความฝันของตนเองนั้นจะไม่มีวันบรรลุ และส่วนใหญ่ก็มักจะมานั่งนึกเสียใจ เพราะสาเหตุที่ไม่สามารถทำตามความฝันได้นั้น เป็นเพราะตัวเองเลือกที่จะไม่ทำเอง ตัวเองเลือกที่จะทำตามสิ่งที่ผู้อื่นขีดเส้นทางให้เดิน ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกๆ ท่านนะครับ ที่ในช่วงชีวิตหนึ่ง ถ้ามีโอกาสและเลือกได้ก็ควรจะเดินตามความฝันของตัวท่านเอง เพราะคนเราหนีไม่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย และเมื่อวันนั้นมาถึง เราก็คงจะไม่มีแรงที่จะเดินตามความฝันที่เราต้องการแล้ว การมีสุขภาพที่ดีจะช่วยทำให้ท่านเดินตามความฝันได้ แต่เมื่อใดก็ตาม ที่สุขภาพท่านเริ่มแย่แล้ว อิสระในการเดินตามฝันก็ท่านก็จะลดน้อยลง ประเด็นที่สอง คือ ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตเหล่านั้น คิดเสียใจว่าในอดีตจะไม่ได้ทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์นี้ มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยชายเกือบทุกคนเลยครับ คุณผู้ชายเหล่านี้มักจะเสียใจว่าในอดีตที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้มีเวลาในการดูแลลูกๆ ของตนเท่าที่ควร รวมทั้งไม่ได้อยู่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากภรรยาเท่าที่ควร ผู้ป่วยที่เป็นชายเกือบทุกคนจะรู้สึกเสียดายว่าในอดีตใช้ และให้เวลากับงานมากเกินไป ข้อสังเกตนี้ก็น่าคิดนะครับ ว่าในปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับการทำงานมากเกินไปหรือไม่ เราต้องการแสวงหารายได้ ชื่อเสียง เกียรติยศมากเกินไปหรือไม่ สุดท้ายเมื่อเราใกล้ตายเราจะสำนึกเสียใจว่าเราได้พลาดโอกาสดีๆ […]

เดินจังหวะลูก /ธนา เธียรอัจฉริยะ

ผมมีลูกสาวตัวเล็กๆ น่ารักสองคน คนโตชื่อ โมเนต์ อายุห้าขวบกว่าๆ คนเล็กชื่อเมนิ อายุสี่ขวบ กำลังอยู่ในวัยอ้อนพ่ออ้อนแม่ ไม่รู้ว่าใครติดใครกันแน่ รู้แต่ว่าผมต้องพยายามกลับบ้านให้ทัน ก่อนสองสาวนอนหลับเกือบทุกวัน เสาร์อาทิตย์ก็ตัวติดกันตลอด คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็มักจะนึกถึงแต่ว่าจะสอนลูกให้เป็นคนยังไง ให้มีน้ำใจ ไหว้สวย ไม่งอแง นึกอะไรออกก็พยายามสอน ก็ไม่ค่อยได้นึกว่าจะเรียนรู้อะไรจากลูกได้ เพราะลูกยังเด็กยังเล็กอยู่ แต่ด้วยความที่อยู่ด้วยกันตลอด มีบ่อยครั้งที่ลูกผมพูดหรือแสดงท่าทีอะไรที่ทำให้ผมต้องหยุดคิด และทบทวนตัวเองเป็นประจำ เมื่อไม่นานมานี้ ผมพาเด็กๆกับภรรยาไปเที่ยวอเมริกา ไปอยู่หลายเมือง สองอาทิตย์ที่ไปเที่ยว เป็นสองอาทิตย์ที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตผม ได้มีโอกาสตะลอนๆ ไปทั้งครอบครัว ได้ผจญภัยเล็กๆ ตามที่ต่างๆ มีอุปสรรคบ้างนิดหน่อยพอเป็นน้ำจิ้ม ได้เห็นตัวเล็กทั้งสองสนุกสนานกับของเล่นบ้าง ทิวทัศน์รอบทางบ้าง เป็นความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ระหว่างทางในหลายๆ ครั้ง ผมกับภรรยาก็จะเดินดูโน่นดูนี่เป็นปกติในจังหวะก้าวย่างของเรา ก็จะได้ยินเสียงเมนิ ลูกสาวคนเล็กบ่นปวดขา เดินไม่ทัน เหนื่อย เวลาไปเดินในที่ที่คนเยอะ ก็มีเผลอไปจับมือคนอื่น คิดว่าเป็นพ่อแม่บ้าง เราก็ได้แต่ขำๆ ในตอนแรก แต่พอใช้ชีวิตด้วยกันตลอดเวลา มีจังหวะหนึ่งที่ลูกผมบ่นว่า เดินไม่ทันซึ่งปกติผมก็คงไม่ได้สนใจอะไร แต่จังหวะนั้นผมบอกลูกว่า เดี๋ยวจะลองเดินก้าวช้าๆ เท่าลูกดู ผมก็เลยลองเดินช้าๆ […]

เว่ยเจิง ขุนนางผู้ไม่ไว้หน้ากษัตริย์

หลังเหตุจลาจลที่ประตูเสวียนอู่ผ่านพ้นไป มีคนหลายคนต่างเตือนหลี่ซื่อหมินว่า: “เว่ยเจิงเคยเข้าร่วมกองทัพปฏิวัติของหลี่มี่และโต้วเจี้ยนเต๋อ หลังจากที่ทั้งสองพ่ายแพ้การต่อสู้ในครั้งนั้น เว่ยเจิงก็ทำงานให้กับรัชทายาทเจี้ยนเฉิง และเคยทูลให้เจี้ยนเฉิงกำจัดหลี่ซื่อหมิน” หลี่ซื่อหมินเรียกเว่ยเจิงเข้าพบ จากนั้นจึงถามเขาว่า “เหตุใดท่านจึงสร้างความร้าวฉานให้กับครอบครัวของเรากันเล่า?” เว่ยเจิงกราบทูลด้วยสีหน้าที่ไม่ยำเกรงว่า “น่าเสียดายที่ตอนนั้นรัชทายาทไม่ทำตามคำที่ข้าน้อยกราบทูล มิเช่นนั้นแล้ว วันนี้คงไม่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้” หลี่ซื่อหมินรู้สึกว่าเว่ยเจิงเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมา และมีความกล้าหาญ เขาไม่เพียงแต่ไม่ฆ่าขุนนางผู้นี้ แต่หลังจากที่เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ยังทรงแต่งตั้งให้เขาทำหน้าที่เป็นขุนนางจอมทัดทานประจำราชสำนักอีก ด้วย เว่ยเจิงกล้าที่จะเสนอความคิดเห็นอย่างไม่เกรงกลัวอาญาใดๆ เมื่อเขาพบว่ากษัตริย์ถังไท่จงทรงมีรับสั่งในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร ก็จะถวายการทัดทานอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้พระองค์กริ้วจนไม่รู้จะเอาพระพักตร์ไปไว้ที่ใด มีอยู่ครั้งหนึ่ง เว่ยเจิงโต้เถียงกับพระองค์ในท้องพระโรงจนหน้าดำหน้าแดง หลังจากกลับถึงพระตำหนัก พระองค์ทรงมีรับสั่งกับพระชายาว่า: “คงมีสักวัน ที่ข้าจะต้องตัดศีรษะขุนนางเก่าแก่อย่างเว่ยเจิง! เขาพูดจาไม่เคยไว้หน้าข้าแม้แต่น้อย ทำให้ข้าต้องอับอายต่อหน้าเหล่าขุนนางในท้องพระโรง!” หลังจากพระมเหสีได้ฟังเช่นนั้น จึงรีบเปลี่ยนฉลองพระองค์มาอยู่ในชุดที่เป็นทางการ จากนั้นจึงก้มลงกราบกษัตริย์ถังไท่จงแล้วทูลว่า: “กระหม่อมขอแสดงความยินดีกับพระองค์ด้วยเพคะ! กษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาฌานเท่านั้นจึงสามารถมีขุนนางที่เถรตรงอยู่ข้างพระ วรกาย การเป็นคนมีนิสัยเช่นนี้ของเว่ยเจิง แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าแผ่นดินที่ทรงเป็นผู้มีพระปรีชาฌานยิ่งเพ คะ!” เมื่อพระองค์ได้สดับฟังดังนั้น ความโกรธก็มลายหายไป ครั้นปี ค.ศ. 643 เว่ยเจิงถึงแก่อสัญกรรม กษัตริย์ถังไท่จงทรงเสียพระทัยอย่างมาก พระองค์ทรงตรัสว่า: “การใช้คันฉ่องทองเหลืองสามารถส่องดูการแต่งตัวได้ เฉกเช่นเดียวกับการนำประวัติศาสตร์มาเป็นกระจกเงาสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่ง เรืองและก ารล่มสลาย ดังนั้น การนำคนมาเป็นกระจกเงาสามารถทำให้ล่วงรู้ความถูกและความผิดได้เช่นกัน บัดนี้เว่ยเจิงได้เสียชีวิตไปแล้ว […]

อึ อึ๊ บอกสุขภาพ

ทราบไหมคะว่า อึ อึ๊ ที่ดีมีลักษณะอย่างไรและเราควร อึ อึ๊ กันมากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน เช้าพรุ่งนี้ลองก้มมองหลังปลดทุกข์หนักกันเสียหน้อยจะได้รู้นิสัยการกินและ สุขภาพของเราว่าเป็นอย่างไร “อาจารย์บุนเป โยริฟุจิ (เจ้าของหนังสือ หัวใจอึ)” กันสักหน่อย เพราะอาจารย์ท่านนี้เองที่คิดค้น “การตรวจสุขภาพแบบใหม่” ที่สามารถตรวจได้ทุกวัน และไม่สิ้นเปลืองทรัพย์สินเงินทองเลยสักนิด เพียงแค่ “อึ” ออกมาเท่านี้ คุณก็สามารถรู้แล้วว่า สุขภาพของคุณในช่วงนั้นเป็นอย่างไร แบบที่ 1 “อึแบบกล้วย” มีสีเหลือง มีกลิ่นแบบพอรับได้ มีปริมาณน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป เมื่อตกลงน้ำแล้วจะลอยตัว พร้อมจะมีเศษหลุดออกมา อึแบบนี้เป็นอึที่มีสภาพดีมาก บอกถึงสภาพจิตใจที่ดี และอาหารที่รับประทานก็มีความสมดุลต่อร่างกาย ควรรักษาให้มีอึแบบนี้ตลอดไปจะดีต่อสุขภาพของคุณ แบบที่ 2 “อึแบบผอม” มีสีน้ำตาลแดงปนดำ มีน้ำประมาณ 83 เปอร์เซ็นต์ เวลาปล่อยจะมีลักษณะขาดเป็นช่วงๆ คล้ายเส้นอุด้ง รูปร่างผอมลีบ เหลวข้น และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว อึแบบนี้จะมาจากคนที่กล้ามเนื้อท้องมีปัญหา อาจเกิดจากการขาดสารอาหาร หรือกำลังอยู่ในช่วงที่ลดน้ำหนักจนมากเกินไป อึแบบนี้ไม่ดีนัก ควรปรับปรุงด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น […]

เงินเดือน 2 ปีแรกขอใช้ให้พอใจ แล้วปีที่ 3 ค่อยเก็บ

ตามหัวข้อกระทู้เป็นความคิดของ จขกท เมื่อเรียนจบและเริ่มทำงานใหม่ ๆ คิดไว้ว่าขอใช้เงิน 2 ปี แล้วปีที่ 3 เป็นต้นไปค่อยเก็บเงิน แล้วให้พ่อกับแม่…….. หลังจากได้เงินเดือน ๆ แรกมา อะไรที่อยากได้ซื้อหมด เหลือแค่เงินพอใช้ทั้งเดือนไม่เหลือเก็บ หาก เดือนไหนที่บ้านต้องใช้เงิน เนื่องจากน้องยังเรียนมหาลัยอยู่ ก็ส่งให้บ้างแต่ไม่ทุกเดือน ทำแบบนี้ได้ 1 ปี…….. เย็นวัน หนึ่งแม่โทรมาเล่าว่า……” วันนี้แม่ไปหาหมอมา หมอบอกว่าแม่เป็นซีสต์ที่เต้านม หมอนัดผ่าตัด.นะ “ วันไหนจำไม่ได้แล้ว เราก็เป็นห่วงแม่แต่ก็ไม่ได้คิดไรมากเพราะซีสต์ใคร ๆ ก็เป็นและรักษาได้ พอ วันผ่าตัดก็โทรไป แม่ก็บอกว่า “ ไม่เป็นไร แม่หายแล้ว หมอนัดให้ไปดูอาการอีกที” หลังจากนั้นไม่นานแม่ก็ต้องไปตามที่หมอนัด ตกเย็นพ่อก็โทรมาว่า “หมอพบอาการผิดปกติ หมอตัดชิ้นเนื้อแม่ไปตรวจอีกที รอฟังผลอยู่” เราก็เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว แต่ก็ยังลุ้น ๆ ว่าไม่น่าจะมีอะไรหรอก พอวันที่ไปฟังผลตรวจ เราก็โทรไปหาพ่อ “พ่อ เป็นยังบ้าง อาการแม่เป็นยังไงบ้าง” “ […]

เสียสละ

ระหว่างนั่งรอข้าวห่อกลับบ้านให้แอล แอมป์ ได้ยินโต๊ะข้างๆ พูดกับผู้หญิงสูงอายุคนนึงว่า แม่กินไรครับ (เข้าใจว่าเป็นย่าของหลาน) ย่าที่กำลังอุ้มหลานตัวเล็กอยู่ หันมาบอก ไม่เป็นไร ไม่หิว ลูกกินไปก่อน แล้วก็ลุกขึ้นอุ้มเจ้าตัวเล็ก เดินวนไปมาภายในร้าน ขณะที่ทุกคนนั่งกินไป คุยไปอย่างออกรส ย่าก็อุ้มหลานเดินไปรอบๆ ร้าน พลางชวนหลานคุยไปด้วยเบาๆ พอทุกคนกินเริ่มอิ่ม ก็ลุกมาเปลี่ยนย่า แล้วก็ถามย่าว่า เอาอะไรเพิ่มไม๊ (กับข้าวเริ่มหมด) แต่ด้วยอาจจะมีธุระอะไรต่อ ทุกคนทะยอยลุกไปขึ้นนั่งรอที่รถ ย่าเห็นว่าทุกคนดูเร่งรีบ ก็หันมาบอกลูกชายว่า “แม่แก่แล้วลูก กินได้ไม่มาก” แล้วย่าก็นั่งกินกับข้าวที่เหลือเงียบๆ คนเดียว 2-3 คำ แล้วก็ลุกตามขึ้นรถไป

คุยเรื่องนักเก็งกำไร

วันก่อนได้คุยกับเพื่อน, Oscar, ที่ทำงานที่ Apple มีพูดถึงเรื่องลงทุนด้วย Oscar บอกมีเพื่อนคนนึง เป็นคนไทย ทำงานกับ Oscar ที่ Cupertino พอถามเรื่องการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) เพื่อนคนไทยบอกไม่มีทางประสบความสำเร็จ ในไทยไม่เหมือนกับ US market โดยส่วนตัว เค้าเลือกที่จะเก็งกำไรมากกว่า เล่นหุ้นที่มีข่าว ได้กำไรแล้วก็โดดไปเล่นตัวอื่นต่อ ฟังแล้วก็ได้แต่อืม… แล้วก็แนะนำ Oscar ให้อ่านหนังสือของ Peter Lynch (แต่สงสัยจะไม่อ่าน เพราะเคยแนะนำเล่มเดียวกันนี้ไปครั้งนึง เมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว ถ้าเชื่อแนวทางนี้ คงได้อ่านไปบ้างแล้ว) จริงๆ หลักการลงทุน ไม่มีสูตรตายตัว ใครถนัดด้านไหน ก็เอาตามนั้นเลย แต่พอเป็นคนใกล้ตัว หรือญาติพี่น้อง ก็อยากให้เดินถูกทาง ไม่เห็นตลาดหุ้น เป็นสถานที่เก็งกำไร เป็นแหล่งการพนัน ที่ต้องคอยจ้องกระดาน มองตัวเลขทั้งวัน การลงทุนมันเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนนึงของชีวิต ยังมีอีกหลายๆ ส่วน ที่สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งการให้เวลากับครอบครัว […]

บ้าน/คอนโด และค่าเสียโอกาส

บทความนี้ เหมาะกับผู้เริ่มต้นออมเงิน และต้องการมีทรัพย์สินถาวร เป็นของตนเองในอนาคต การที่เราอยากมีบ้าน หรือคอนโดเป็นของตนเอง ตั้งแต่อายุยังไม่มาก เป็นเรื่องดี เพราะนั่นแสดงว่า เรารู้จักวางแผนอนาคตชีวิตเราเอง เพื่อสร้างครอบครัวต่อไป แต่เราจะซื้อของใหญ่ๆ พวกนี้ เมื่อไหร่ดี เมื่อมีเงินเดือน 20,000 / 30,000 หรือ 50,000 บาท แล้ว บ้าน/คอนโด ที่จะซื้อควรจะราคาเท่าไหร่ดี 1 ล้านต้นๆ / 2 ล้านนิดๆ หรือ 3-4 ล้านดี วิธีคำนวณเงินค่างวด จาก ธอส. ลองมาคำนวณเล่นๆ โดยใช้ ลิงค์ด้านบน ในการคำนวณประกอบ สมมตว่าเราต้องการคอนโดในโครงการของศุภาลัย ราคา 2.5 ล้านบาท กู้ 100% ผ่อน 30 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 6% ทุกๆ เดือน เราจะต้องผ่อนเงินค่างวด เดือนละ 16,700 […]

อายุ 26 ปี กับเงินเก็บในบัญชี 8 หลัก ชีวิตไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มต้นจากติดลบ ด้วยเงินที่ยืมมา 5000 บาท /สมาชิกหมายเลข 1404631 Pantip.com

นี้คือเรื่องจริงในชีวิตของเราที่อยากเล่าให้เพื่อนๆที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวัง ได้ลองอ่านดู หวังว่าจะ สร้างกำลังใจ แรงผลักดันให้เพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อย เรื่องราวของเราเริ่มต้นจากคำว่า “ลำบาก” แต่เราเชื่อว่า “ความลำบากในวัยเด็ก ผลักดันให้เรามาถึงจุดนี้” ปัจจุบันเราเป็นเจ้าของกิจการธุรกิจออนไลน์ มีกลุ่มลูกค้าที่สนับสนุนและติดตามจำนวนมาก มีรายได้สามารถเลี้ยงดูตัวเอง และครอบครัวได้ ด้วยวัยเพียง 26 ปี มีเงินเก็บ 8 หลัก มีบ้าน 2 หลัง มีรถยนต์ 4 คัน ใครจะไปรู้ว่าชีวิตเรากว่าจะมาถึงทุกวันนี้มันไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่มันเริ่มจากติดลบ ด้วยเงินทุนก้อนแรกที่ไปหายืมเค้ามาเพียง 5,000 บาท เรื่องราวที่เราจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เราขอเล่าย้อนหลังชีวิตตั้งแต่วัยเด็กนะคะ เพราะสำหรับเราแล้วทุกสิ่ง ทุกอย่างมันเป็นแรงผลักดันให้มีวันนี้จริงๆ ไม่ใช่ดวง หรือโชคชะตา เราแค่อยากเล่าให้ฟัง ภาษาที่ใช้เขียน ทักษะการเขียนอาจจะไม่สละสลวย แต่ขอยืนยันว่าทุกบรรทัดที่เราเขียนเป็นเรื่องจริง ไม่มีการแต่งเติมเพื่ออรรธรสใดๆทั้งสิ้น เราเป็นลูกสาวคนที่ 3 ของครอบครัว และมีพี่สาวอีก 2 คน เราเติบโตมาในครอบครัวที่จัดว่ายากจนและลำบาก พ่อรับราชการเป็นตำรวจเงินเดือนสมัยนั้นสตาร์ทหลักพัน เราทั้ง 3 พี่น้องอยู่บ้านพักตำรวจมาตั้งแต่เกิด แม่ชอบเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆไม่มีเงินถึงขนาดที่ […]

ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม

ตลาดหุ้นเวียดนาม เพิ่งผ่านช่วงต่ำสุดไป (คล้ายๆ สมัยต้มยำกุ้ง) หุ้นหลายตัวต่ำมูลค่ามาก เท่าที่ดูหุ้นในหมวดอสังหาฯ หลายตัว มูลค่าไม่ถึง 1 ใน 10 ของอสังหาไทย บางรายมี land bank เยอะมาก แต่ PB ไม่ถึง 1 เท่า มี market cap ไม่กี่พันล้าน ถ้าเป็นภาวะปกติ ควรจะมูลค่าสูงกว่านี้มาก ดร.นิเวศน์ก็มีพูดถึง ว่าตลาดเวียดนามน่าสนใจ มูลค่าบริษัทต่ำกว่าความเป็นจริง ทั้งที่ประชากรมากกว่าเรา และเศรษฐกิจกำลังขยายตัว ดร. ยกตัวอย่างหุ้นน้ำตาล market cap หลักร้อยล้าน ถ้าเป็นบริษัทในไทย น่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านแน่นอน เช็คข้อมูลคร่าวๆ ก็น่าสนใจดี เลยตัดสินใจว่าจะลองลุยดู อีเมลหามาร์ที่ดูแลอยู่ที่กิมเอ็ง ได้ความว่า เริ่มต้นต้องกรอกเอกสารเพื่อเปิดบัญชีใหม่อีกบัญชี พร้อมทั้งโอนเงินไปพักไว้ ขั้นต่ำ 500,000 บาท โดยเงินที่เอาไปพักไว้ จะไม่ได้ดอกเบี้ย (ถ้าเป็นบัญชีในไทย จะได้ดอกเบี้ย […]

1 3 4 5 6 7 29